คุณครูมนัสวรรณ จากโรงเรียนโป่งเชือกศึกษาสถาน (ตำบลนามะเขือ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัด
เรียน ท่านวิทยากร ท่าน ดร.ฤทธิไกร ท่านรองเขตฯ ท่่าน ผอ. ท่านคณะครู
วันนี้ดิฉัน นางมนัสวรรณ ผาฯ ครูโรงเรียนโป่งเชือกฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนมาพูด เกี่ยวกับเทคนิคการสอน ว่ามีวิธีการสอนอย่างไร ดิฉันอยากนำเรียนให้ทุกท่านในที่นี้ได้ฟัง ดังนี้ค่ะ
ดิฉันได้ทดลองใช้วิธีการสอนหลายวิธี วิธีที่ประทับใจที่สุดคือ การคการสอนแบบ Teacher Model ซึ่งเป็นเทคนิคการสอนที่ดิฉันคิดค้นขึ้นเอง และนำไปใช้เป็นเวลา 9 ปีแล้ว โดยสลับกับวิธีการสอนแบบอื่นๆ บ้าง ตามแต่โอกาส ดิฉันได้ทำวิจัยการสอนแบบ Teacher Model เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ปี 2547 โดยใช้กับเด็ก ป.1 ในกลุ่มสาระภาษาไทย ผลปรากฎว่าเทอมที่ 2 นักเรียนอ่านหนังสือพิมพ์ได้ (อ่านข่าว, บันเทิง) 20 คน อีก 2 คนอ่านได้นิดหนึ่ง อ่านหนังสือเรียนชั้น ป.5-ป.6 ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ดิฉันพอใจมาก สามารถตั้งโจทย์คณิตศาสตร์ได้ แต่งประโยคเองได้ เขียนตามคำบอกได้ ทำสมุดเล่มเล็กได้ โดยการถอดบทเรียน คือ ย่อ และแต่งเรื่องได้ โดยมีคำและความหมายจากตัวอักษร TEACHER ดังนี้
T : Talk แปลว่า พูดคุย หรือทบทวน เป็นการนำสู่บทเรียน อาจทบทวนเนื้อหาเดิม เพื่อเสริมความรู้ใหม่ อาจจะบอกด้วยนิทาน เพลง หรือเกมก็ได้ เป็นการเชื่อมโยงบทเรียนเดิม-ใหม่ ผ่อนคลาย ก่อนเรียน
E : Example คือการสาธิต อาจเป็นรูปภาพ, ตัวอย่าง, การทำให้ดู เช่น การทำน้ำผลไม้ปั่น, โดยครูจะใช้คำถามกับนักเรียนว่า จะทำอะไรก่อนหลังดีถ้าเราจะทำเรื่องนี้ เราจะถามว่าเคยเห็นไหม เขาทำอย่างไร (กระตุ้นให้คิดให้ทำ) นักเรียนก็จะบอกว่า ทำอย่างนั้นซิครับ ครูก็จะบอกว่า ถ้างั้นลองทำให้ครูดูซิ เธอเห็นที่ไหนบ้าง เขาจะตอบว่า เห็นในโทรทัศน์ หนังสือ ถ้านักเรียนทำได้เขาก็จะภูมิใจ ครูก็คอยเสริมด้วยคำถาม ชม ช่วย เชียร์ ดู
A : Action คือการแสดงออก โดยให้นักเรียนคิดเอง ทำเอง (หลังจากดูจากการสาธิตของเพื่อน) ออกแบบเรียนเอง อยากเรียนแบบไหนในห้องเรียน นอกห้องเรียน ซึ่งส่วนมากจะชอบเรียนนอกห้องเรียน โดยการลงมือช่วยกันทำงาน เป็นกลุ่ม โดยให้คิดกิจกรรมนอกกรอบ ไม่ต้องทำตามครู นักเรียนอยากทำอะไรทำเลย ขอให้มีชิ้นงานให้ครู โดยให้เวลาประชุมปรึกษาหารือของครู แล้วเขียนเป็นมายด์แมปส่งครู ... และบันทึกให้ทำเป็นโครงงานนำมาเสนอหน้าชั้นเรียน หรือนำเสนอใต้ร่มไม้ สนามหญ้า ห้องสมุด ห้องวิทย์ ได้หมด
แต่ก่อนสอน ป.1 ตอนนี้ดิฉันสอน ม.1- ม.3 นักเรียนไม่ค่อยกล้าแสดงออกเรื่องวิทยากรเท่าใดนัก เวลาให้นำเสนอ จะไม่กล้าพูด อาย ถ้าให้พูดทีละคนเมื่อเป็นตัวแทนกลุ่ม เทคนิคของดิฉัน ก็เลย ทีแรก ให้ออกไปนำเสนอผลงงานหน้าชั้นทั้ง 5-6 คน ในกลุ่ม คือให้ช่วยกัน เขาจะกล้า และต่อมาก็ลดลงเหลือ 3 คน และเหลือ 1 คน นักเรียนจะมีความสุขที่ได้แสดงออกหน้าชั้น เขาสามารถตอบข้อซักถามของเพื่อนๆ และครูได้ เขาจะภูมิใจ หรืองานการอาชีพ เขาจะแน่นมากกับความคิดนอกกรอบ ดิฉันจะบอกว่า ตอบได้เลย ไม่ผิด ทุกอย่างที่นักเรียนตอบคือคำตอบที่ถูก ถูกทั้งหมด (แม้จะตอบผิด ดิฉันจะพยายามโยงคำตอบที่ผิดไปให้สัมพันธ์กันกับคำตอบที่ถูก) และบอกให้เขารู้ว่ามีส่วนถูกนะคะ เด็กจะดีใจ ภูมิใจ และอยากตอบคำถาม อยาก Action อีกบ่อยๆ เด็กมีกำลังใจ
C : Check คือตรวจเช็คผลงานของนักเรียน โดยให้นักเรียนเช็คเองว่า โอเคไหม เช่น การทำอาหาร ไม่อร่อยก็ต้องบอกว่าอร่อยนะ (บอกให้อร่อยไว้ก่อนจะชอบ) แต่ถ้าเติมนั่นเติมนี่ลงไปนิดหนึ่งจะอร่อยกว่านี้อีกเป็นร้อยเท่าพันเท่าเลย เราจะไม่บอกเค็มหรือเผ็ด เราไม่บอกตรงๆ เด็กจะกระตือรือร้น ชิม ช่วย ชม เชียร์ แนะนำให้กำลังใจ ถ้าเกี่ยวกับการทำนาข้าวกล้อง เราทำมาแล้ว 4 ปี แล้วปีนี้ลองหว่านดู เพราะดิฉันจะทำวิจัยในเรื่องผลต่างระหว่างการดำและการหว่านนาข้าวกล้อง อันไหนจะให้ผลผลิตมากกว่ากัน เพื่อนำมาเปรียบเทียบ เวลาเกี่ยวจะเชิญไปลงแขกเกี่ยวข้าว...
H : How แปลว่า ได้มาอย่างไร เป็นคำถามที่ครูถามนักเรียน นักเรียนได้แรงบันดาลใจจากอะไร จึงคิดโครงงานนั้นขึ้นมา บางคนบอกว่าได้จากอินเตอร์เน็ต google youtube บางคนบอกจากการทดลอง จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น โครงงานเรื่องการทำน้ำแครอทเป็น 3 รส ทำไมไม่ทำ 2 รส หรือรสเดียว ทำไมจึงทำ... ทำเพื่ออะไร ถามให้เขาคิดและตอบ และจะต่อยอดความคิดนี้อย่างไร นักเรียนบอกว่าจะทำน้ำเข้ากล้องผสมน้ำผลไม้ ผัก และโยเกริต์ข้าวกล้อง ซึ่งนักเรียนกำลังคิดค้นสูตรอยู่ ต่อไปจะได้ชิมโยเกิร์ตข้าวกล้อง...
E : Exhibition คือการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของนักเรียน เช่น การนำเสนอผลงานในระดับห้อง ติดภาพ หรือของจริงไว้บนโต๊ะ ในตู้ หรือร้านค้าในชุมชน ตามศูนย์ OTOP ร้านสหกรณ์ต่างๆ แสดงผลงานระดับอำเภอ จังหวัด หรือระดับประเทศ เราทำมาหมด ขึ้นอินเตอร์เน็ตนำเสนอผลงานไปทั่วโลก เช่น ขึ้น Gotoknow (สามารถค้นโดยใช้คำสำคัญ "gotoknow มนัสวรรณ") จะเห็นผลงานของโรงเรียนโป่งเชือกฯ ทุกอย่าง เราสอนอะไร เราทำอะไร เราขึ้น gotoknow หมด เพื่อให้คนได้เข้าไปศึกษาค้นคว้า และเป็นการแสดง Exsibition ของเรา บางทีเราก็ทำเป็นแฟ้มงาน ให้นักเรียนถือไปให้ผู้ปกครองชมและให้คะแนน ซึ่งเป็นการเชื่อมกัน ช่วยกันสอนระหว่างผู้ปกครองกับครูหรือระหว่างครูกับภูมิปัญญาท้องถิ่น
R : Reward คือการย้อนกลับ ทบทวน กิจกรรมต่างๆ ที่เราทำผ่านมานั้น สมควรพัฒนาปรับปรุงตรงไหน และสามารถนำไปขยายผลต่อน้องๆ นักเรียนหรือชุมชน หรือผู้ที่สนใจทั้งนอกและในองค์กรอย่างไร แล้วให้นักเรียนสรุปบทเรียนที่ผ่านมา โดยการถอดบทเรียนที่เรียนมา ให้เป็นเปเปอร์ ให้เขียนอะไรก็ได้ที่จำได้ในบทเรียนนั้นๆ ไม่ต้องมีหลักเกณฑ์ในการเขียน ให้เหมือนเขียนเรียงความ เพราะเราบูรณาการกับวิชาภาษาไทย ถามว่านักเรียนประทับใจอะไรบ้าง เช่น กิจกรรม บทเรียน ความรู้ที่ได้ เพื่อร่วมงาน คุณครูสอนที่ไหม ควรปรับปรุงอย่างไร (ครูต้องเปิดใจให้กว้าง รับฟัง) และนักเรียนจะพัฒนาต่อยอดอย่างไร แล้วให้นักเรียนทำเป็นสมุดเล่มเล็ก หรือเล่มใหญ่ก็ได้แล้วแต่ความถนัดหรือความชอบ ให้วาดรูปประกอบเป็นการฝึกศิลปะการวาดภาพ หรือการหาภาพมาปะติดปะต่อ หรือหาภาพมาติดกันเพื่อทำเป็นแฟ้มภาพก็ได้
โรงเรียนของเรา ได้รับคัดเลือกจากที่ทำการปกครอง อ.สหัสขันธ์ โดยท่านนายอำเภอ ให้เป็นโรงเรียนขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ให้จัดทำโครงการฟาร์มตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการศึกษาและถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน ตามแนวพระราชดำริ งบประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการใหญ่ ทั้งหมด 16 กิจกรรม เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่แล้ว 12 กิจกรรม ได้แก่ ปลูกหวาย สวนกล้วยน้ำหว้า เลี้ยงไผ่ตง ทำนาข้าวกล้องปลอดสาร ผลิตภัณฑ์จากข้าวกล้อง ออกวันละบาท สวดมนต์าวทุกวันศุกร์ เลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน เลี้ยงปลาในนาข้าว ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ปลูกพืชผักสมุนไพร สวนพฤกษาศาสตร์ และกิจกรรมเพิ่มเติมอีก 4 กิจกรรม ได้แก่ เลี้ยงกบ ปลูกผักหวานบ้าน เพาะชำกล้าไม้ และกิจกรรมส่งน้องถึงฝั่ง คือการให้ทุนนักเรียน เรียนต่อจนถึง ป.ตรี โดยนำเอาผลผลิตที่ได้จากการเกษตรพอเพียง เก็บไว้เป็นกองกลาง ส่งนักเรียนให้เรียนต่อจนจบทุนละ 3 พันบาท เมื่อจบแล้วต้องกลับมาพัฒนาภูมิลำเนา เป็นทุนให้เปล่า... อันนี้คือความฝันของโรงเรียน
โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนขยายโอกาส นักเรียนที่เหลือจากการคัดเลือกจากโรงเรียนอื่นๆ (ลอดเข่ง) จะมาอยู่กับเรา แต่นักเรียนทุกคนมีศักยภาพในตัวสูงมากด้านทักษะชีวิต ถ้าดูดีๆ เขาคือเพชรที่อยู่ในตม ที่ต้องการการเจียรนัย นายช่างเพชรก็มีอยู่แล้วคือครู ร้านเจียรนัยเพชรก็คือโรงเรียน บางทีเพชรในตมอย่างนักเรียนขยายโอกาสนั่นแหละ อาจจะมีค่างามเด่นแวววาว และส่องประกายเจิดจรัส นำแสงสว่างกลับมาพัฒนาชนบท บ้านเกิด หรือประเทศชาติ ต่อไป .....
สวัสดีค่ะ
ข้อคิดเห็นสำหรับจดหมายของครูมนัสวรรณ จากโรงเรียนโป่งเชือกศึกษาสถาน
ผมพิมพ์ข้อความในจดหมายเอง เพื่อทำความเข้าใจทีละบรรทัด และสังเกตสิ่งที่อยู่ "ระหว่างบรรทัด" ที่ท่านไม่ได้เขียน เมื่อมาถึงคำลงท้าย ผมก็ "จับ" ได้ไม่น้อยทีเดียวครับ ลองฟังดู
- ผมเห็นความมั่นใจในตนเอง ความภูมิใจในตนเอง และความสุขจากการบอกเล่าประสบการณ์ของตนเองของครูมนัสวรรณ อย่างชัดเจนมากครับ
- แม้ท่านจะใช้ "ภาษาพูด" มาเขียน "จดหมาย" แต่ถ้าผู้อ่าน "อ่าน" ให้เหมือน "ฟัง" ท่านก็จะสัมผัสถึง "พลัง" จากข้อความเห็นแรกได้ครับ
- ผมคิดว่าลักษณะเด่นของการสอนของครูมนัสวรรณคือ การกระตุ้นด้วยคำถาม เหมือนครูเป็นคนพาถอดบทเรียน
- ผมคิดว่า การสร้างทฤษฎีมาเป็น TEACHER Model คือ Talk, Example, Action, Check, How, Exhibition, และ Reward ของคือมนัสวรรณ เป็นแบบ "คำพาไป" คือเอาคำที่อยากได้ตั้ง แล้วคิดหาคำที่มีอักษรที่ต้องการที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทำมาเทียบเคียง ไม่ได้เกิดจากการ "ตกผลึก" คือแปลง ปฏิบัติ->ทฤษฎีจริงๆ สังเกตคำว่า Reward ซึ่งควรแปลว่า รางวัล กำไร คำชม ฯลฯ ท่านแปลว่า ย้อนกลับ ทบทวนตนเอง ซึ่งควรใช้คำว่า Feedback หรือ Reflection มากกว่า.... ผมเสนอให้ท่านเปลี่ยนเป็น Reflection ดีกว่า
- ผมคิดว่าโครงงานที่เด็กๆ ทำ เป็นโครงงานฝึกทักษะเฉพาะ เป็นโครงงานแบบ "ลองทำตาม" หรือ "ทำตามครู" อย่างไรก็ตามเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการพัฒนาสู่การทำโครงงานที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ เช่น โครงงานบนฐานชีวิตที่ต้องใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้นาน
- ผมมองว่าโครงงานบูรณาการที่ทำอยู่เป็น โครงงานของครู ยังไม่ใช่โครงงานของนักเรียน ผมตีความจากที่ครูมนัสวรรณบอกว่า.... เทอมนี้ทำนาแบบหว่านเพื่อที่จะเปรียบเทียบกับแบบปักดำที่ทำปีที่แล้ว (ดูที่นี่).... ถ้าเป็นโครงงานที่เปิดอิสระให้นักเรียนคิดทำนำเสนอ หัวเรื่องหรือตัวเแปรเกี่ยวกับการทำนาน่าจะหลากหลายกว่าที่จะเป็นหว่านหรือดำทั้งหมดในปีเดียว....
- จิตวิทยาเชิงบวกหลายอย่างที่ครูมนัสวรรณยกตัวอย่างดีมาก เช่น การชม เชียร์ ช่วย ฯลฯ แต่การชม เชียร์ ที่ไม่ตรงความจริง อาจทำให้นักเรียนขาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของตน ความจริงมนุษย์เรียนรู้จากสิ่งที่ผิดมากกว่าการดูตัวอย่างที่ถูก ดังนั้นการใช้จิตวิทยาเชิงบวก ไม่ได้หมายความว่าชมตลอด เชียร์ตลอด แต่เป็นการกระตุ้นให้มีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ ซึ่งสำคัญคือ เรียนอยากมีสุขและสนุก ความท้าทายคือสาเหตุหนึ่งของการเรียนรู้อย่างสนุก
- การเปิดฟาร์มที่โรงเรียนที่มีฐานการเรียนรู้ถึง 16 ฐาน หากไม่เน้นกระบวนการที่นักเรียนได้ร่วมเรียนรู้จริงๆ จะเป็นภาระอย่างมากต่อครู แต่หาก PLC ครูเข้าใจและมีแนวทางที่ถูกต้อง จะถือเป็นจุดเด่นของโรงเรียน และจะเป็นโรงเรียนต้นเแบบได้ต่อไป... ผมขอเสนอให้ศึกษาจากคำสำคัญ "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการศึกษา" (ไม่ใช่เกษตรทฤษฎีใหม่)
- สรุปแล้ว ผมคิดว่า หากให้กล่าวถึงครูมนัสวรรณ ผมว่าท่านเป็นครูเพื่อศิษย์แนวหน้า แต่ที่ผมคอมเมนต์ว่ามานี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการ "ก้าวฝ่าด่านกิจกรรมหรือการประดิษฐ์" ไปสู่ "การเรียนรู้เพื่อนชีวิตและการรู้จักตนเองของเด็กเรา"
ขอบคุณครับ
มีความสุขที่ได้รู้จักท่านครับ
ฤทธิไกร